เผยเคล็ดลับปลดหนี้บ้านหมดไว ที่แบบที่ธนาคารไม่เคยบอกคุณ

 

การซื้อบ้านหนึ่งหลัง บางทีต้องรับสภาพการเป็นลูกหนี้ธนาคารนานเป็นสิบปี บางคนเกษียณแล้วยังผ่อนบ้านไม่หมดเลยก็มี ก็เพราะธนาคารใจดี อย่ากให้เราผ่อนน้อยๆ แต่ผ่อนนานๆก็เลยต้องกลายเป็นราชาเงินผ่อนจนวัยเกษียณ เป็นไปได้หรือไม่ ถ้าคุณได้ปลดหนี้บ้านได้เร็วขึ้น หรือลดระยะเวลาการผ่อนชำระลงได้บ้าง จำนวนดอกเบี้ยจะได้ลดลงตามด้วย นี่แค่คิดเล่นๆ แต่เราก็อยากให้คุณลองนำไปทำจริงๆ นะ

วันนี้  ANANTRA DEVELOPMENT จะขอแชร์เคล็ดลับปลดหนี้บ้านแบบได้อิสรภาพเร็วที่สุด และจ่ายดอกเบี้ยธนาคารน้อยที่สุด


ผ่อนเพิ่ม
2 เท่า ของเงินผ่อนชำระแต่ละเดือน

สมมุติ เป็นหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน 1,800,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 5% ธนาคารกำหนดให้ผ่อนชำระ 12,600 บาท/เดือน
ถ้าคุณเพิ่มการผ่อนชำระเป็นสองเท่า เท่ากับว่า กัดฟันผ่อนเดือนละ 25,200  บาท/เดือน
คุณจะสามารถปลดหนี้บ้านหมดได้เร็วขึ้น 2 ปี ดอกเบี้ยจากเดิม 648,645 บาท เหลือดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายแค่ 258,864 บาท ประหยัดดอกเบี้ยไปตั้ง 389,781 บาท เลยนะคะ


ใช้วิธีโปะเป็นก้อน

วิธีนี้อาจจะเหมาะกับคนที่มีค่าคอมมมิชชั่น อินเซ็นทีฟ โบนัส หรือคุณอาจจะโชคดีมีลาภลอย หรือได้รับเงินพิเศษอะไรมาก็ตามแต่ที่คุณได้มาเป็นก้อน คุณสามารถจะแบ่งเงินก้อนนั้น ออกมาโปะเป็นค่าผ่อนบ้านก็ได้เลย

สมมุติ เป็นหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน 3 ล้าน ธนาคารกำหนดให้ผ่อนชำระ 18,000 บาท/เดือน อัตราดอกเบี้ย 6% สัญญากู้ยืม 30 ปี
เดือนธันวาคม ได้เงินคอมมิชชั่นมาจ่ายค่าผ่อนบ้าน ชำระเพิ่มเป็น 36,000 บาท
ในกรณีนี้ เงินต้นจะลดลง ระยะเวลาการผ่อนชำระก็ลดลงตามด้วย จากเป็นหนี้ 30 ปี เหลือเพียง 23 ปี 10 เดือน
เท่ากับว่าคุณจะปลดหนี้บ้านได้เร็วขึ้น 7 ปี และลดดอกเบี้ยลง กว่า 8 แสนบาทเลยทีเดียว


การรีไฟแนนซ์

การทำ Refinance คือการยื่นขอธนาคารให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งโดยปกติสามารถทำได้ทุก ๆ 3 ปี แต่ทั้งนี้ต้องดูรายละเอียดในสัญญาของแต่ละธนาคารด้วย ซึ่งอาจแตกต่างกันบ้าง เพราะหากเรา Refinance ก่อนกำหนดในสัญญาเงินกู้ เราอาจจะต้องเสียค่าปรับ ดังนั้นก่อนจะทำการรีไฟแนนซ์ควรมีความรอบคอบ ในการคำนวนค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เช่นค่าจดจำนอง ค่าประเมินทรัพย์สินใหม่ ซึ่งบางทีไม่คุ้มกับดอกเบี้ยที่ลดลงไป แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรนำการรีไฟแนนซ์ไปเป็นทางเลือกในการลด อัตราดอกเบี้ยเหมือนกันค่ะ

ทริคเพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ จาก ANANTRA DEVELOPMENT

  • เมื่อเป็นหนี้แล้ว ต้องวางแผนการชำระหนี้ให้หมดไวที่สุด อย่าปล่อยตามเกมของธนาคาร
  • กรณีที่ต้องการจ่ายเงินผ่อนชำระมากกว่าจำนวนเงินที่ทางธนาคารกำหนดไว้ (โปะ) อย่าลืมแจ้งกับทางธนาคารด้วยว่าเงินจำนวนนี้ “ชำระเกินเพื่อลดเงินต้น”
  • กรณีที่ได้รับเงินมาแบบฟ้าประทาน หรือโชคช่วย ให้รีบนำไปโปะเงินต้นโดยเร็วที่สุด ไม่จำเป็นต้องรอวันแรกของเดือนถัดไป หรือรอรอบการชำระเงินหน้า เพราะดอกเบี้ย วิ่งเป็นรายวันอยู่แล้ว
  • กรณีเร่งโปะหนี้ อย่าลืมเช็คสภาพคล่องของเงินหมุนเวียนภายในบ้านด้วย ไม่ควรนำมาโปะหมด จำเป็นต้องกันเงินไปส่วนหนึ่ง เพื่อเก็บออมไว้กรณีเหตุฉุกเฉิน

อย่ากลัวการเป็นหนี้กันนะคะ เพราะถ้าเราไม่เป็นหนี้ เราก็จะไม่มีโอกาสได้บ้าน หรือทรัพย์สินมา เพียงแต่ว่าถ้าเป็นหนี้แล้ว ขอให้บริหารจัดการหนี้เป็นก็พอ